Beyour Travel Service
facebook twi feed

ข้อมูลการท่องเที่ยว » ข้อมูลการท่องเที่ยวประเทศออสเตรเลีย

  • {lang: 'th'}

    ออสเตรเลีย  AUSTRALIA

    ออสเตรเลีย มีชื่อประเทศอย่างเป็นทางการว่า “เครือรัฐออสเตรเลีย” (Commonwealth Australia) ออสเตรเลียเคยเป็นประเทศอาณานิคม ของอังกฤษมาก่อน ปัจจุบันออสเตรเลียเป็นประเทศในจักรภพ ที่ตั้ง ประเทศอยู่บนเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก และในขณะเดียวกันออสเตรเลีย ก็เป็นทวีปทีเล็กที่สุดในโลกด้วยออสเตรเลียเป็นประเทศ”ใหม่”แม้จะ มีประวัติความเป็นมาในการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ที่ไม่ยาวนาน ไม่มี ร่องรอยอารยธรรมโบราณที่เป็นรากเหง้าของอารยธรรมโลก แต่ ออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง มีธรรมชาติสวยงาม หลากหลาย เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าไปเยือน มีเสน่ห์อย่างยิ่งด้วยความ มีน้ำใจและความเป็นกันเองของคนออสเตรเลียกับความสวยบริสุทธิ์ของ ธรรมชาติ

    คนออสเตรียเป็นคนอนุรักษ์นิยมไม่ชอบความรุนแรง รักธรรมชาติ สนับสนุนรัฐสวัสดิการและความมั่นคงในการทำงาน และส่งเสริมการกระจายรายได้ที่เป็นธรรม หลีกเลี่ยงความขัดแย้งและความรุนแรง และพยายามประสานผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ทำให้ออสเตรียเป็นประเทศที่มีความสงบเรียบร้อยและมั่นคงออสเตรียมีการผสานประโยชน์ที่ดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้างทำให้แทบไม่มีการนัดหยุดงาน และช่วยให้อัตราการว่างงานออสเตรียอยู่ในระดับต่ำ

    การเมือง การปกครอง

    ออสเตรียเป็นสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประกอบด้วย 9 จังหวัด คือ Burgenland, Carinthia, Lower Austria, Upper Austria, Salzburg, Styria, Tirol, Vorarlberg และเวียนนา (ซึ่งเป็นเมืองหลวงและจังหวัด) แต่ละจังหวัดมีอำนาจปกครองเป็นอิสระ โดยทั่วไปจังหวัดมีอำนาจในการออกกฎหมายและระเบียบข้อบังคับเพื่อการปกครองตนเองเกือบทุกเรื่อง ยกเว้น การต่างประเทศและการป้องกันประเทศ แต่ละจังหวัดมี Governor ซึ่งได้รับเลือกจากสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร มีสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดซึ่งมาจากการเลือกตั้ง ออสเตรียมีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ โดยได้รับเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน ดำรงตำแหน่งเป็นเวลา 6 ปี ส่วนนายกรัฐมนตรีได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีจากหัวหน้าพรรคที่ได้เสียงข้างมากในสภา ส่วนรัฐสภาประกอบด้วย สภาล่าง มีสมาชิก 183 คน ได้รับเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนทุก 4 ปี และสภาสูง มีสมาชิก 64 คน ได้รับเลือกจากสภาจังหวัด ศาลเป็นผู้ใช้อำนาจตุลาการ มีศาลพิจารณาคดีแพ่งและคดีอาญา (โทษสูงสุดในคดีอาญา คือ จำคุกตลอดชีวิต ไม่มีโทษประหารชีวิต) และมีศาลพิเศษ คือ ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อให้ความคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนจากการละเมิดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร และศาลปกครองให้ความคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน จากการละเมิดบทบัญญัติของกฎหมาย นอกเหนือจากรัฐธรรมนูญหรือการกระทำมิชอบโดยฝ่ายบริหาร

    ออสเตรเลียประกอบด้วย 6 รัฐ และ 3 ดินแดน

    - Australian Capital Territory  : ออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรี แคนเบอร์รา (Canberra) คือเมืองหลวงของประเทศ เป็นศูนย์กลางการปกครอง ลักษณะตัวเมืองทันสมัย เพราะมีการวางผังเมืองอย่างดีเยี่ยม เป็นที่ตั้งขององค์กรระดับชาติ และหน่วยงานสถานทูตของประเทศต่าง ๆ รวมทั้งสถานทูตไทย

    - Jervis Bay Territory  : เจอร์วิสเบย์เทร์ริทอรี

    - New South Wales  : รัฐนิวเซาท์เวลส์ เมืองหลวงชื่อ ซิดนีย์ รัฐนี้มีประชากรหนาแน่นมากที่สุด มีชาวไทยและนักศึกษาไทยมากที่สุดด้วย เป็นรัฐที่พัฒนาทางอุตสาหกรรมมากที่สุดในออสเตรเลีย ซิดนีย์เป็นเมืองที่คึกคัก มีสีสัน มีชีวิตชีวา สัญลักษณ์ของเมืองคือ โรงอุปรากร (Opera House) และสะพานข้ามอ่าวซิดนีย์ (Sydney Harbour Bridge)

    - Northern Territory  : นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี มีเมือง ดาร์วิน เป็นเมืองหลวง เนื้อที่ส่วนใหญ่แห้งแล้ง มีพื้นที่เกษตรกรรมเพียงร้อยละ 10 ภูมิอากาศไม่เหมาะแก่การเพาะปลูก แต่เป็นแหล่งผลิตเหล้าไวน์ชั้นเยี่ยม

    - Queensland  : รัฐควีนส์แลนด์ เป็นรัฐใหญ่อันดับสอง มีเมืองหลวงคือ บริสเบน ได้ชื่อว่าเป็น “รัฐแสงแดด” (Sunshine State) มีแนวปะการังที่ยาวที่สุดในโลกชื่อ เกรตแบเรียร์รีฟ ซึ่งได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลก มีป่าดงดิบและป่าชื้นเขตร้อนที่อุดมสมบูรณ์

    - South Australia  : รัฐเซาท์ออสเตรเลีย เมืองหลวงชื่อ แอดิเลด (Adelaide) ครั้งหนึ่งเมืองนี้ได้ชื่อว่าเป็น “เมืองแห่งเทศกาล” เนื้อที่ส่วนใหญ่แห้งแล้งมีพื้นที่เกษตรกรรมเพียงร้อยละ 10 ภูมิอากาศไม่เหมาะแก่การเพาะปลูก แต่เป็นแหล่งผลิตเหล้าไวน์ชั้นเยี่ยม

    - Tasmania  : รัฐแทสเมเนีย เมืองหลวงคือ โฮบาร์ต (Hobart) แทสเมเนียเป็นรัฐที่เล็กที่สุด ลักษณะเป็นเกาะ ตั้งอยู่ห่างจากรัฐวิกตอเรียบนแผ่นดินใหญ่ประมาณ 240 กิโลเมตร มีอากาศหนาวที่สุด สภาพภูมิประเทศเป็นหุบเขาและที่ราบสูง ทิวทัศน์สวยงามยิ่ง จนได้รับการขนานนามว่า เป็นสวิตเซอร์แลนด์ของออสเตรเลีย เป็นเมืองสงบ ค่าครองชีพและค่าเล่าเรียนถูก เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยแทสเมเนีย (University of Tasmania)

    - Western Australia  : รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย เมืองหลวงคือเพิร์ท (Perth) เป็นรัฐที่มีพื้นที่มากที่สุด อุดมสมบูรณ์ด้วยเหมืองแร่ และแร่ทองคำ มีชายฝั่งทะเลยาวถึง 12,500 กิโลเมตร อาชีพสำคัญของประชากรคือการทำประมงและทำเหมืองแร่ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งผลิตเพชรได้มากเป็นอันดับสามของโลก เพิร์ทเป็นเมืองที่สะอาด สวยงามและอยู่ใกล้ประเทศไทยมากที่สุด ใช้เวลาเดินทางแค่ 6 ชั่วโมงครึ่ง มีเวลาต่างกับประเทศไทยเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น

    - Victoria  : รัฐวิกตอเรีย ได้ชื่อว่า “รัฐสวน” (Garden State) เนื่องจากมีสวนสาธารณะมากกว่ารัฐอื่น เมืองหลวงคือ เมลเบิร์น เป็นเมืองเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสอง และเป็นเมืองที่นักศึกษาไทยไปศึกษามากเป็นอันดับสอง

    ภูมิประเทศ

    ประกอบด้วยเทือกเขาสูงซึ่งอุดมด้วยแร่ธาตุและที่ราบลุ่มเพื่อการเพาะปลูก แม่น้ำดานูบไหลผ่านออสเตรียเป็น ระยะทาง 220 ไมล์ ร้อยละ 46 ของพื้นที่ประเทศเป็นป่าไม้ ออสเตรียมีภูมิประเทศที่สวยงามจึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของยุโรป มีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

    เมืองหลวง

    กรุงเวียนนาเป็นเมืองหลวงของออสเตรีย เป็นที่ตั้งของสำนักงานสหประชาชาติแห่งที่สาม และเป็นศูนย์กลางแห่งศิลปะการดนตรี

    ประชากร

    8 ล้านคน ร้อยละ 98 พูดภาษาเยอรมัน

    ศาสนา

    ร้อยละ 78 นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิค ร้อยละ 5 นับถือนิกายโปรแตสแตนท์ มีผู้นับถือศาสนาอิสลามจำนวนประมาณ 160,000 คน กฎหมายออสเตรียให้เสรีภาพแก่คนที่มีอายุ 14 ปี ในการเลือกนับถือศาสนา

    เศรษฐกิจ

    เศรษฐกิจของออสเตรียพึ่งพาการผลิตภาคอุตสาหกรรมและรายได้จากการค้า การบริการและการท่องเที่ยวเป็นหลัก และเป็นประเทศที่มั่งคั่งมากประเทศหนึ่งในยุโรป มีรายได้ประชาชาติต่อหัว 24,000 เหรียญสหรัฐฯ ประชาชนมีการศึกษาสูงและ มีคุณภาพชีวิตที่ดี อุตสาหกรรมการผลิตที่สำคัญ คือ เครื่องจักร อุปกรณ์อิเลคโทรนิกส์ เหมืองแร่ อุตสาหกรรมเคมีและสิ่งทอ การเกษตร สามารถผลิตได้เพียงพอบริโภคภายในประเทศ  ระบบเศรษฐกิจออสเตรียเป็นแบบเสรีนิยมผสมสังคมนิยม ประชาชนมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและทรัพย์สิน แต่รัฐจะเข้ามีบทบาทในการดำเนินอุตสาหกรรมหลักที่สำคัญ และกิจการสาธารณูปโภค

    ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

    ออสเตรียดำเนินนโยบายเป็นกลางตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง และประสบความสำเร็จในการสถาปนากรุงเวียนนาเป็นสำนักงานแห่งที่สามขององค์การสหประชาชาติ เมื่อ ค.ศ. 1979
    นโยบายเป็นกลางของออสเตรียเป็นไปในลักษณะ active neutrality โดยให้ความร่วมมือในการรักษาสันติภาพและให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชนและการบรรเทาภัยพิบัติ

    ความสัมพันธ์ไทย-ออสเตรเลีย
    ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับออสเตรเลียมีมายาวนานกว่า 125 ปี ปัจจุบันไทยมีสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียนนา และมีสถานกงสุลกิตติมศักดิ์อยู่ที่เมือง Innsbruck, Salzburg และ Dornbine ส่วนออสเตรียมีสถานเอกอัครราชทูตอยู่ที่กรุงเทพฯ

    ธงชาติและเพลงชาติ

    ธงชาติของออสเตรียมีสีแดง ขาว แดง ซึ่งเป็นสีของโล่ของนักรบตระกูลบาเบนแบร์ก ซึ่งเป็นผู้ที่นำความรุ่งเรือง ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรมมาสู่ออสเตรียเป็นครั้งแรกตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 10
    ส่วนเพลงชาตินั้นได้รับการประพันธ์คำร้องโดยเพาลา ฟอน เพรราโดฟิค โดยใช้ท่วงทำนองของ โมสาร์ต ความหมายในเนื้อร้องบรรยายถึงความสวยงามทางธรรมชาติและความรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมของประเทศ เช่น ตอนหนึ่งที่ว่า ออสเตรียเป็นดินแดนแห่งขุนเขาและสายน้ำ อันหมายถึงเทือกเขาแอลป์และแม่น้ำดานูบนั่นเอง

    สภาพภูมิอากาศ
    สภาพภูมิอากาศของออสเตรเลียแตกต่างกันในแต่ละรัฐ สภาพอากาศทั่วไป จะเป็นแบบเขตร้อนจนถึงเขตอบอุ่น อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดที่ทัสมาเนียประมาณ 0-12 องศาเซลเซียส และร้อนสุดที่มณฑลตอนเหนือประมาณ 33-34 องศาเซลเซียส

    • ฤดูใบไม้ผลิ กันยายน-พฤศจิกายน อากาศดี ดอกไม้บานสวยงาม
    • ฤดูร้อน ธันวาคม-กุมภาพันธ์ อากาศร้อนและแห้งแล้ง บางแห่งร้อนจัดและอาจมีไฟป่า
    • ฤดูใบไม้ร่วง มีนาคม-พฤษภาคม อากาศเริ่มเย็นลง ตามเมืองชายฝั่งทางตอนใต้และเมืองในเขตป่า ฝนจะตกชุก บางแห่งอาจมีน้ำท่วม
    • ฤดูหนาว มิถุนายน-สิงหาคม อากาศเย็นจัดมีหิมะตกบนเขตภูเขาสูงโดยทั่วไป

    อุณหภูมิเฉลี่ย

    ตลอดปีอยู่ระหว่าง 6.7-8.9 องศาเซลเซียส ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเดินทางท่องเที่ยว ออสเตรียสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยคือเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม

    ที่ตั้ง

    ออสเตรียตั้งอยู่ทางใต้ของทวีปยุโรปตอนกลาง ทำให้เป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญระหว่างยุโรปตะวันออก กับยุโรปตะวันตก มีพรมแดนติด 8 ประเทศ คือ เยอรมัน สาธารณรัฐเช็ค สาธารณรัฐสโลวัค ฮังการี สโลเวเนีย อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ และลิกเตนสไตน์

    พื้นที่

    83,855 ตารางกิโลเมตร (เล็กกว่าไทย 6 เท่า)
    การเตรียมตัวเดินทาง
    -เตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะกับฤดูกาลโดยสอบถามกับทางบริษัททัวร์ หรือกรมอุตุนิยมวิทยา
    โทร. (02)399-4012-3 หรือ 182
    -นำเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวไปเท่าที่จำเป็น เสื้อผ้าและรองเท้าควรคำนึงถึงความสะดวกสบาย
    เป็นหลัก
    -ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหาร เพราะทุกทัวร์จะจัดให้รับประทานอาหารจีนหรือแม้แต่อาหารไทยถ้าทำได้
    -ติดป้ายชื่อ และที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์เป็นภาษาอังกฤษที่กระเป๋าให้ชัดเจน
    -หากสงสัยในรายละเอียดของโปรแกรมทัวร์ ควรสอบถามให้แน่ชัดก่อนตัดสินใจจอง
    -ควรศึกษาข้อมูลด้านต่างๆเกี่ยวกับประเทศที่จะเดินทางไปเยือนไว้บ้าง เพื่อเป็นการเตรียมใจและความคิดอย่างถูกต้องตรงกับความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง
    -เตรียมแลกเงินสกุลต่างๆเท่าที่จำเป็น ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ระหว่างการเดินทางควรเป็นภาระของบัตรเครดิต และไม่ควรพกพาของมีค่าไปมากมายเกินความจำเป็น
    -ถ้ามีโรคประจำตัว อย่าลืมเตรียมยาที่จำเป็นและทำประกันสุขภาพไปด้วย
    -เตรียมจิตใจให้พร้อมกับการปรับตัวและประนีประนอม เพราะในสถานที่และสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย โดยเฉพาะเมื่อเดินทางกับคนหมู่มาก อาจต้องประสบกับความไม่ถูกตาถูกใจอยู่บ้าง

    การขอวีซ่า

    • วีซ่านักเรียน
    • วีซ่าเพื่อการท่องเที่ยว

    เวลา
    ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีพื้นที่กว้าง จึงมีความแตกต่าง ของเวลาตามมาตรฐานกรีนิช (Greenwich Mean Time, GMT) โดยจัดแบ่ง ออกเป็น 3 โซน ดังนี้

    • Eastern Standard Time-EST เร็วกว่าเวลา GMT 10 ชั่วโมงและเร็วกว่า ประเทศไทย 3 ชั่วโมง ใช้ในรัฐ New South Wales, Victoria, Tasmania, Queensland และ Canberra
    • Central Standard Time-CST เร็วกว่าเวลา GMT 9.5 ชั่วโมงและเร็วกว่า ประเทศไทย 2 ชั่วโมงครึ่ง ใช้ในรัฐ South Australia และเขตปกครอง Northern Territory
    • Western Standard Time-WST เร็วกว่าเวลา GMT 8 ชั่งโมงและเร็วกว่า ประเทศไทย 1 ชั่วโมง ใช้ในรัฐ Western Australia
    • Daylight Saving – ในช่วงฤดูร้อน ประเทศออสเตรเลียจะมีเวลาในช่วง กลางวันยาวนานกว่าในช่วงกลางคืน ดังนั้น ในรัฐ Victoria, New South Wales, South Australia และ Tasmania จึงมีการปรับเวลาให้ เร็วขึ้นจากเดิมอีก 1 ชั่วโมง ในช่วงเดือนตุลาคมจนถึงมีนาคม

    ภาษา
    ในออสเตรเลียใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาประจำชาติ

    เงินตรา
    ออสเตรเลีย ใช้สกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) โดย 1 ดอลลาร์ออสเตรเลียจะมีค่าเท่ากับ 100 เซ็นต์ และมีการแบ่งค่าของเงินดังนี้ คือ ค่าของธนบัตรมีแบบใบละ 5, 20, 50 และ 100 ดอลลาร์ ส่วนเหรียญที่ใช้ จะมี 2 แบบคือเหรียญทอง จะมีเหรียญละ 1 ดอลลาร์ และ 2 ดอลลาร์ ส่วนเหรียญเงินจะมีแบบเหรียญละ 5, 10, 20 และ 50เซ็นต์ ซึ่งมีอัตราแลกเปลี่ยนกับเงินบาทไทยอยู่ที่ประมาณ 30 AUD ต่อ 1 บาท

    ระบบไฟฟ้า
    ใช้กระแสไฟฟ้า 240-250 V, AC 50 Hz เหมือนประเทศไทย แต่ใช้ปลั๊ก แบบ 3 ขาถ้าจะนำเครื่องใช้ไฟฟ้าไปจากเมืองไทย เช่น วิทยุ ต้องใช้ Adapter ซึ่งหาซื้อได้ทั้งในประเทศไทยและออสเตรเลีย

    ตัวอย่างปลั๊กไฟและตัวแปลงที่ใช้กับปลั๊กไฟในออสเตรเลีย

    ฟิลม์และกล้องถ่ายรูป
    ควรเตรียมไปให้เพียงพอโดยเฉพาะฟิล์มเพราะที่ต่างประเทศราคาจะสูงมากโดยเฉพาะ ตามสถานที่ท่องเที่ยว และควรเตรียมถ่านใส่กล้องถ่ายรูปไปด้วยเพราะอากาศเย็นถ่านจะเสื่อมสภาพเร็ว

    การใช้โทรศัพท์

    ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีการจัดการระบบโทรคมนาคมค่อนข้างซับซ้อน แต่โทรศัพท์สาธารณะที่สามารถโทรออกต่างประเทศนั้นสามารถหาได้ใช้ได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นที่ทำการไปรษณีย์, ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ, โรงเรียน, มหาวิทยาลัย, สถานีรถไฟหรือตามท้องถนนต่างๆ โดยมีทั้งแบบหยอดเหรียญ บัตรโทรศัพท์ และบัตรเครดิต การหาซื้อบัตรโทรศัพท์นั้นสามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป (Milk Bar) 7eleven ร้านขายอุปกรณ์สื่อสาร และร้านค้าของคนจีนในย่าน China Town ส่วนอัตราค่าโทรศัพท์ ในพื้นที่เดียวกันจะเริ่มต้นที่ 40 เซ็นต์ ส่วนอัตราค่าโทรศัพท์ทางไกลไปต่างประเทศนั้นจะมีหลายราคา ตั้งแต่ 80 เซ็นต์ต่อนาที ไปจนถึงประมาณ AUD$ 2.5 ต่อนาที ขึ้นอยู่กับประเทศที่โทรไป

    รหัสทางไกลระหว่างประเทศของออสเตรเลียคือ 61 ถ้าจะโทรทางไกลจากออสเตรเลียมาไทยให้กด 0011 ตามด้วย 66 และกดหมายเลขโทรศัพท์ของสถานที่ที่ต้องการ

    การให้ทิป

    การให้ทิปในต่างประเทศ ถือเป็นเรื่องสำคัญ และมารยาทของนักท่องเที่ยวควรให้ทิปสำหรับคนที่ให้บริการท่าน อาทิคนขับรถ / ไกด์ท้องถิ่น ที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านระหว่างการเดินทาง
    โดยเฉลี่ยค่าทิปสำหรับคนขับรถและไกด์ท้องถิ่น 3 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือ 100 บาทต่อท่าน ต่อวัน

    อาหารการกิน
    สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสวัฒนธรรม การกินของชาวออสเตรเลียนอย่างแท้จริง แนะนำให้ไปลองชิม อาหารพื้นเมืองออสเตรเลียขนานแท้ ได้แก่ Shepherd Pie หรือจะเป็นอาหารจานโปรดของชาวออสซี่ เช่น Vegemite ถ้าเอ่ยถึงของหวานก็จะเป็น Lamington หรือ Lemmington ขนมหวานออสเตรเลียนที่ใครได้ลองเป็นต้องติดใจไปทุกราย ซึ่งนิยมทานกับน้ำชาหรือกาแฟยามบ่าย ทั้งหมดนี้ ท่านสามารถลิ้มลองได้จากร้านอาหารของโรงแรมในออสเตรเลีย ที่ท่านไปพัก นอกจากนี้ ในออสเตรเลียยังมีภัตตาคาร และร้านอาหารไทยอยู่มากมายตามเมืองต่างๆ เพราะมีชาวไทยไปเรียน และไปทำงานกันมาก

    รายการช้อปปิ้ง
    สินค้าพื้นเมืองหัตถกรรม เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ไม้แกะสลัก ครีมรกแกะ และอื่น ๆ อีกมากมาย

    สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

    • ฮาร์เบอร์บริดจ์ (Harbour Bridge)
    • เทือกเขาสีน้ำเงิน (Blue Mountains)
    • สนามกีฬาโอลิมปิก (Homebush Bay/Sydney Olympic Stadium)
    • กรุงแคนเบอร์ร่า (Canberra)
    • ทะเลสาบกริฟฟิน (Lake Burley Griffin)
    • อนุสรณ์สถานทหารแห่งออสเตรเลีย (Australian War Memorial)
    • พิพิธภัณฑ์เมลเบิร์น (Melbourne Museum)
    • บ้านกัปตันคุก (Captain Cook’ s Cottage)
    • คิงส์ปาร์ก (Kings Park)
    • ลอนดอนคอร์ต (London Court)
    • ฯลฯ

    เทศกาลสำคัญ

    • Perth Royal Show Perth Royal Show งานนี้มีขึ้นทุกปีช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคมปีละครั้ง ค่าผ่านประตูก็ 20เหรียญ ประมาณ 600 บาท ในงานก็จะมีของเล่นต่างๆสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ มีสัตว์มาโชว์ด้วย มีของขาย แล้วก็มีการแสดงต่างๆ งานจัดแสดงด้านเกษตรกรรมของออสเตรเลียเป็นงานที่ห้ามพลาดสำหรับนักท่อง เที่ยวต่างชาติ มีความบันเทิงมากมาย รวมทั้งการแข่งขันของสุนัขเลี้ยงแกะ การกระโดดข้ามรถเสี่ยงตาย การแข่งขันของสุกร คนเดินบนไม้ต่อขา ดอกไม้ไฟ การแสดงทำอาหาร พาเหรดปศุสัตว์ เครื่องเล่นหลายรายการ และอื่น ๆ
    • Artrage อาร์ทเรจ (Artrage) – เทศกาลศิลปะร่วมสมัยและวัฒนธรรมท้องถิ่นนี้ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในเดือนตุลาคมรอบเขตชานเมืองนอร์ธบริดจ์ โดยเป็นการเฉลิมฉลองศิลปินผู้มีพรสวรรค์หน้าใหม่ ๆ ของเวสเทิร์นออสเตรเลีย เป็นระยะเวลาหนึ่งเดือน พร้อมกับแขกรับเชิญจากต่างรัฐและต่างประเทศ
    • Gay Pride March พาเหรดเกย์ไพรด์ (Gay Pride March) – พาเหรดนี้อยู่ในปฏิทินงานต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 1990 โดยเป็นการเดินขบวนที่มีสีสันในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดของเทศกาล Pride ในเดือนตุลาคม ทั้งนี้ การเดินขบวนเริ่มต้นจากแยกถนน บริสเบน (Brisbane St) และถนนวิลเลี่ยม (William St.) ทางตอนเหนือของนอร์ธบริดจ์
    • Fremantle Festival & Street Arts Festival เทศกาลฟรีแมนเทิล & เทศกาลการแสดงตามท้องถนน (Fremantle Festival & Street Arts Festival) – เทศกาลฟรีแมนเทิลถูกจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน เพื่อเฉลิมฉลองวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยสีสันของเมืองนี้ ในขณะที่เทศกาลการแสดงตามท้องถนนอีสเตอร์ ดึงดูดผู้ชมได้ถึง 100,000 กว่าคน ที่มาชมการแสดงของเหล่านักแสดงที่มีฝีมือที่สุดในโลก
    • Perth International Arts Festival เทศกาลศิลปะนานาชาติเพิร์ท (Perth International Arts Festival)– จัดขึ้น ในเดือนพฤศจิกายนโดยงานนี้เป็นเทศกาลศิลปะนานาชาติที่เก่าแก่ทีสุดของ ออสเตรเลีย ซึ่งมุ่งจะนำศิลปะเข้ามาผสมผสานในชีวิตประจำวันของทุกคน ไม่ใช่แต่เพียงผู้ชื่นชอบศิลปะ ยังครอบคลุมดนตรี ละคร ภาพยนตร์ นาฏศิลป์ ทัศนศิลป์ และวรรณกรรม
    • Australian Open ในเดือนมกราคม ศูนย์เทนนิสแห่งชาติ (National Tennis Centre) ของเมลเบิร์นจะจัดการแข่งขันเทนนิสแกรนด์แสลมของออสเตรเลีย ซึ่งดึงดูดนักเล่นเทนนิสที่ติดอันดับโลกหลายคน และเป็นโอกาสให้ผู้เข้าชมการแข่งขันระบายสีบนใบหน้าตามสีของธงชาติในการ เชียร์ผู้เล่นของประเทศตน
    • Antipodes Festival ในเดือนมีนาคม ย่านชุมชนชาวกรีกบนถนนลอนสเดล (Lonsdale St) ซึ่งอยู่ระหว่างถนนสวอนสตันและถนนรัสเซล จะเฉลิมฉลองด้วยภาพยนตร์ ดนตรี และทัศนศิลป์ ตบท้ายด้วยการเฉลิมฉลองตามท้องถนนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ใกล้วันที่ 25 มีนาคมมากที่สุด
    • International Comedy Festival เป็นหนึ่งในสามเทศกาลการแสดงตลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก โดยรวบรวมไว้ซึ่งนักแสดงตลกที่มีฝีมือที่สุดของออสเตรเลีย และนักแสดงมือหนึ่งของโลกบางราย เทศกาลนี้จัดขึ้นที่หลายสถานที่ทั่วเมืองตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมถึงกลาง เดือนเมษายน
    • Melbourne International Film Festival เทศกาลนี้นำเสนอภาพยนตร์ของนานาชาติและท้องถิ่นที่ดีที่สุดบางเรื่อง โดยจัดขึ้นเป็นระยะเวลาสองสัปดาห์ในเดือนกรกฎาคมที่โรงภาพยนตร์หลายแห่งทั่ว เมือง ซึ่งนอกจากจะได้เชิญแขกผู้ทรงเกียรติหลายท่านแล้ว ยังมีการจัดฟอรั่มต่าง ๆ และชมรมเฟสติวัล ซึ่งเป็นชมรมที่ได้รับความนิยมอย่างสูง จะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันหลังการฉายภาพยนตร์ด้วย
    • Royal Melbourne Show คนจากทั่วประเทศหลั่งไหลมาที่เมลเบิร์นเพื่อเข้าชมงานจัดแสดงด้านเกษตรกรรม ที่ยิ่งใหญ่และได้รับความนิยมอย่างสูงนี้ ซึ่งจัดขึ้นที่เขตเฟลมมิงตั้น (Flemington) ในเดือนกันยายน โดยมีการแสดงของสุนัข การล้อมจับปศุสัตว์ การขี่ม้าข้ามสิ่งกีดขวาง เครื่องเล่น และอื่น ๆ อีกมากมาย
    • Hot Air Ballooning Festival จัดขึ้นช่วงเดือนเมษายน

    สถานที่ท่องเที่ยวและเมืองสำคัญ

    ท่าเรือซิดนีย์ เป็นเมืองที่ล้ออบด้วยทะเลเช่นเดียวกับเมือง ริโอเดอจาเนโรหรือฮอนโนลูลู มีชายหาดรายรอบไม่ต่ำกว่า 70 แห่งท่าเรือตั้งอยู่ตรงใจกลางใกล้กับย่านชนบทส่วนใหญ่ที่อยู่ด้านใน เรือเฟอร์รี่สีเขียวเหลืองตามท่าเรืออาจเป็นเรือที่สบายที่สุดในโลกและเรียกใช้ได้ทุกเมื่อ

    สวนสัตว์ตารองก้า ( Taronga Park Zoo )

    เป็นอีกแห่งหนึ่งที่เนทางท่าเรือเฟอร์รี่ได้ สวนสัตว์แห่งนี้ล้อมรอบด้วยป่าธรรมชาติและอาจเป็นสวนสัตว์ที่สวยที่สุดในโลกก็ว่าได้ สวนสัตว์แห่งนี้มีสัตว์มากกว่า 5,000 ตัวรวมทั้งสัตว์พื้นเมือต่างๆ ครบชุด

    เกาะเฟรเซอร์ ( Fraser Island ) เป็นเกาะพื่นทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลก แม้ว่าจะมีสภาพแวดล้อมแตกต่างจากที่อื่นๆ แต่ที่แห่งนี้ก็ถูกจัดเข้าเป็นมรคกโลกโดยสหประชาชาติเมื่อปี 1992 พื่นที่ด้านในทั้งหมดแทนที่จะเป็นทะเลทรายแห้งแล้ง กลับปกคลุมด้วยต้นไม้เนื้อแข็ง บนเกาะนี้มีกิจกรรมหลากหลาย พวกตกปลาจะชอบไป แวดดี้พอยต์ ( Waddy Point ) พวกรักความสบายจะลงเนินทรายไปยังทะเลสาบแวดดี้ ( Lake Waddy นอกจากนี้ยังมีรีสอร์ทใหม่สำหรับพวกนักท่องเทียวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ

    เกาะนอร์โฟล์คและลอร์ดโฮว์

    สถานที่ท่องเที่ยวสองแห่งในออสเตรเลียที่เล็กที่สุด แต่ก็น่าท่องเทียวที่สุดเช่นกัน นอร์โฟล์คและลอร์ดโฮว์เป็นเกาะทางแปซิฟิกตอนใต้ เกาะนอร์โฟล์ค ( Norfolk ) การใช่ชีวิตแบบง่ายๆ และทุ่งหญ้าสีเขียว ทั้งหมดนี้รวมกันเป็นเกาะนอร์โฟล์ค ที่อยู่ห่างจากซิดนีย์มาทางตะวันออกเฉียงเหนือ 1,700 กิโลเมตร ไม่มีใครอาศัยอยู่ที่นี่เมื่อก่อนจนกระทั่งมีการตั้งถิ่นฐานของนักโทษชาวอังกฤษในปี 1788 ปีเดียวกันกับที่ซิดนีย์ ปัจจุบันมีประชากรบนเกาะไม่ถึง 2,000 คน และส่วนมากจะใช่นามสกุล บาวน์ตี้ จริงๆแล้วยังอาจเห็นนามสกุลอื่นๆอีกเช่น คริสเตียนส์ ย่านนักท่องเทียวจะอยู่ที่เมืองเบิร์นทไฟน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น ที่น่าประหลาดใจที่สุดคือการซื่อของที่ปลอดภาษีที่นี้ถูกมาก ที่พักบนเกาะมีตั้งแต่ธรรมดาราคาถูกจนถึงที่พักชั่นดี มีเที่ยวบินประจำมาจากซิดนีย์บรสเบน และโอ๊คแลนด์ เกาะนี้ยังเป็นจุดแวะพักระหว่างออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อีกด้วย

    Sydney Opera House

    เชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยเห็นสถาปัตยกรรมรูปทรงคล้ายหอยเชลล์มาบ้างแล้วจากทีวี ภาพยนตร์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของออสเตรเลียก็ว่าได้ เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยว แวะเวียนมาแชะรูปถ่ายกันตลอดเวลา ไม่ขาดสายเลยค่ะและภายใน Sydney Opera House ก็จะประกอบไปด้วยส่วนของศาลาคอนเสิร์ต โรงละคร ภัตตาคาร และศูนย์วัฒนธรรม แห่งชาติของประเทศออสเตรเลียและยังเป็นจุดชมวิวชมวิวที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นตอนกลางวันหรือตอนกลางคืน และถ้าใครมาซิดนีย์แต่ไม่มาที่ Opera House ก็เท่ากับว่ามาไม่ถึง เพราะที่นี่เป็นหัวใจหลักเลยก็ว่าได้

    Sydney Harbour Bridge

    เป็นอีกสัญลักษณ์หนึ่งของ Sydney ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี ที่นี่เขามีบริการ Climbing Bridge ซึ่งก็คือการไต่สะพาน Harbour นี้เอง ซึ่งบรรดานักท่องเที่ยวจะมาท้าทายความตื่นเต้น เพราะสะพานแห่งนี้สูงถึง 134 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล (ถ้าใครอยากทดสอบความกล้าก็มาทดสอบได้ว่าคุณกล้าแค่ไหน) เพราะที่นี่จะอยู่ใกล้กับ Sydney Opera House ใกล้แค่เอื้อม

    Royal Botanic Gardens
    ที่นี่จะได้ชื่อว่า หอพรรณไม้ เพราะที่นี่จะมี ต้นไม้ ดอกไม้ ให้เราดูมากมายหลายชนิด โดยที่นี่จะมีจุดชมวิวที่สำคัญ คือ บริเวณ Mrs. Macquarie’s Chair โดยที่นี่นักท่องเที่ยวจากทุกประเทศจะชอบมาถ่ายรูปกันมาก เพราะเป็นสวนที่สุดระดับต้น ๆ ของโลก โดยที่นี่จะอยู่ติดกับโอเปร่าเฮาส์

    พิธิภัณฑ์สัตว์น้ำ Sydney Aquarium

    เป็นสถานที่น่าท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง ถ้าเราเข้าไปแล้วเราเสมือนเข้าอยู่บนโลกใต้ท้องทะเล เพราะข้างในนี้จะมีปลามากมายหลายชนิดที่สวยงาม และสร้างความตื่นตาตื่นใจให้เราเห็น โดยที่นี่จะมีจุดที่น่าสนใจ คือ แนวปะการังคอมเพล็กซ์ที่จำลองมาจากเกรทแบร์ริเออร์รีฟ (Great Barrier Reef) จะเป็นการจำลองโลกใต้ท้องทะเลและเราจะเห็นแนวปะการังและเราสามารถลองสัมผัสปลาดาว และปลาตัวเล็กตัวน้อยได้ โดยที่นี่ (Sydney Aquarium) จะตั้งอยู่ตรงข้ามกับฮาร์เบอร์ไซด์ เฟสติวัลมาร์เก็ตเพลส ถ้าใครสนใจโลกใต้ท้องทะเลมาชมกันได้ทุกเมื่อเพราะที่นี่จะเปิดให้ชมทุกวัน เวลา 09.30 – 21.30 น.

    Bondi Beach
    เป็นหาดที่นิยมมากที่สุดในซิดนีย์ ซึ่งหาดแห่งนี้เป็นหาดที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตัวเมืองนัก โดยสามารถนั่งรถไฟ แล้วต่อรถเมล์ ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที เป็นหาดที่เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น เพราะที่นี่จะมีคนเล่น Surf Board เป็นจำนวนมาก และยังเป็นที่ที่เหมาะแห่งการอาบแดด และพักผ่อนหย่อนใจ ด้านหน้า Beach ก็มีร้านอาหารมากมายหลากหลายชนิดที่มีเลือกชิม เวลาหิว และที่นี่ยังมีอาหารไทย ถ้าหากคุณคิดถึงรสชาติแบบไทย ๆ ที่นี่ก็มีให้ทาน

    สวนสัตว์ KOALA PARK SANCTUARY
    เราจะนำท่านเดินทางสู่สวนสัตว์พื้นเมือง KOALA PARK SANCTUARY เพลิดเพลินไปกับการชมชีวิตธรรมชาติและความน่ารักของเหล่าสัตว์พื้นเมืองนานาชนิด อาทิ หมีโคอาล่า จิงโจ้ วอมแบท ฯลฯ โดยที่นี่สัตว์ที่เด่นที่สุดคงจะเป็นเจ้าหมีโคอาล่าดูจากรูปข้างล่างมันคงเหนื่อยจากการโชว์ตัวเลยขอหลับหน่อย ขนาดมันหลับยังน่ารักขนาดนี้นะเนี้ย ถ้าทุกท่านเข้ามาที่นี่โปรดมาชมความน่ารักของมันด้วยนะ และที่นี่ยังมีการโชว์พิเศษ คือ การตัดขนแกะ ซึ่งการโชว์นี้จะเป็นที่นิยมมากสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอย่างพวกเรา

    Blue Mountains Featherdale Wildlife Park

    เป็นดินแดนที่สร้างสรรค์จากผลงานตามธรรมชาติ โดยที่นี่จะมีเทือกเขามากมายที่ให้เราชม เทือกเขาที่เด่นสุดของที่นี่คือ เทือกเขา ทรี ซีสเตอร์ ร็อกส์(Three Sister Rocks) หรือเรียกกันว่า เขาสามอนงค์ โดยเทือกเขานี้จะมีภูเขาทั้ง 3 ลูกเรียงกัน และที่นี่ยังมีตำนานความรักอันแสนเศร้าของยักษ์สาวอะบอริจิ้น ผู้ที่เคยครอบครองดินแดนแห่ง นี้ เป็นรักต้องห้ามของหนุ่มสาวต่างเผ่ากัน โดยทั้ง 2 ครอบครัวต่างเป็นศัตรูกัน จึงให้หมอผีสาปให้หญิงสาวกลายเป็นก้อนหิน ส่วนฝ่ายชายหนุ่มเมื่อรู้เรื่องก็เศร้าโศกร้องไห้จนกลายเป็นสายน้ำตกคาทูมบาที่เห็นกันทุกวันนี้ และที่นี่เหมาะแห่งการชมพระอาทิตย์ตกดิน เพราะจะสวยเป็นพิเศษเหมาะแห่งการถ่ายรูป

    เรื่องนี้ถูกเปิดอ่าน: 5,114 ครั้ง

    1 ดาว2 ดาว3 ดาว4 ดาว5 ดาว (2 โหวต)
    Loading ... Loading ...

ค้นหา

Who's Online

  • 5 ผู้เข้าชมออนไลน์ขณะนี้
    3 ไม่ใช่สมาชิก, 2 บอท, 0 สมาชิก

ข้อควรรู้ก่อนเดินทาง

การขอวีซ่า

ABOUT INSURANCE

อัตราแลกเปลี่ยน

พยากรณ์อากาศ

ดัชนีหุ้นต่างประเทศ

สถิติเว็บไซต์